KOL กับ Influencer ต่างกันอย่างไร KOL (Key Opinion Leader) คือคนที่คนอื่นเชื่อถือในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น หมอ เชฟ หรือครูสอนดนตรี ส่วน Influencer คือคนที่ผู้ติดตามชอบไลฟ์สไตล์ สไตล์ หรือความตลกของเขา และ KOC (Key Opinion Consumer) คือลูกค้าธรรมดาที่รีวิวจากประสบการณ์จริง แต่ละแบบเหมาะกับเป้าหมายต่างกัน
บทความนี้เขียนให้เจ้าของแบรนด์เล็ก เจ้าของร้านและคลินิก และผู้จัดการศิลปินในไทย ที่ได้ยินสามคำนี้แทบทุกครั้งที่ประชุม และเขียนให้นักร้อง นักแสดง และครีเอเตอร์ที่ได้รับข้อความจากแบรนด์ แล้วอยากเข้าใจว่าแบรนด์กำลังมองหาอะไร คุณไม่ต้องมีพื้นฐานการตลาดมาก่อน และทุกขั้นตอนทำเองได้ทั้งหมด
KOL คืออะไร
KOL ย่อมาจาก Key Opinion Leader คนฟัง KOL เพราะความรู้หรือประสบการณ์ของเขา หมอผิวหนังที่พูดเรื่องการดูแลผิวคือ KOL ครูสอนกีตาร์ที่ทดสอบกีตาร์ หรือเชฟที่รีวิวอุปกรณ์ครัว ก็คือ KOL เช่นกัน บัญชีจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ สิ่งสำคัญคือคนเชื่อถือเขาในเรื่องนั้น
ในไทย บางคนใช้คำว่า KOL เรียกทุกคนที่แบรนด์จ้างให้โพสต์ ดังนั้นเมื่อเอเจนซีหรือแบรนด์พูดว่า “KOL” ควรถามว่าหมายถึงอะไร คำตอบจะบอกคุณว่าเขาอยากได้คนแบบไหน และตั้งใจจะจ่ายเงินเพื่ออะไร
Influencer คืออะไร และ KOC คืออะไร
Influencer คือคนที่มีผู้ติดตามคอยดูชีวิตประจำวัน สไตล์ หรือความตลกของเขา คนมักติดตาม Influencer เพราะชอบตัวคนคนนั้น มากกว่าเพราะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง Influencer จึงพูดถึงสินค้าได้หลายแบบ ตั้งแต่อาหาร แฟชั่น ไปจนถึงท่องเที่ยว คนมักแบ่ง Influencer ตามขนาด เช่น nano, micro และ macro ชื่อเหล่านี้เป็นแค่แนวทาง และแต่ละเอเจนซีใช้ตัวเลขต่างกัน
KOC ย่อมาจาก Key Opinion Consumer คือลูกค้าธรรมดาที่ซื้อสินค้าไปใช้ แล้วเล่าว่าคิดอย่างไร บัญชีมักเล็ก ผู้ซื้อคนอื่นเชื่อรีวิวของเขา เพราะเป็นคนธรรมดาเหมือนกัน และรีวิวฟังดูมาจากประสบการณ์จริง
สามคำนี้ทับซ้อนกันได้ นักร้องคนหนึ่งอาจเป็น Influencer ด้านแฟชั่น และเป็น KOL ด้านไมโครโฟน KOC ก็โตขึ้นจนเป็น Influencer ได้ สิ่งที่ควรรู้มากที่สุดคือ ทำไมคนถึงฟังคนคนนี้
KOL กับ Influencer ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับเป้าหมายของคุณ
ตารางนี้แสดงว่าแต่ละแบบมักเหมาะกับเป้าหมายไหน เป็นแนวทางจากวิธีที่แต่ละแบบทำงาน ควรลองกับสินค้าและลูกค้าของคุณเอง
| แบบ | ทำไมคนถึงฟัง | มักเหมาะกับเป้าหมาย | ควรวัดอะไร |
|---|---|---|---|
| KOL | มีความรู้หรือประสบการณ์ในเรื่องนั้น | สร้างความเชื่อถือ สำหรับสินค้าที่คนต้องการคำแนะนำ (สุขภาพ ความงาม อุปกรณ์ดนตรี การศึกษา) | คอมเมนต์ที่ถามคำถาม การบันทึกโพสต์ คลิกมาที่เพจของคุณ |
| Influencer | คนชอบตัวเขาและสไตล์ของเขา | ให้คนรู้จักชื่อแบรนด์มากขึ้น เปิดตัวสินค้าใหม่ งานอีเวนต์ | ยอดวิว การเข้าถึง ผู้ติดตามใหม่ในบัญชีของคุณ |
| KOC | คนซื้อธรรมดาเล่าประสบการณ์จริง | ยอดขาย และรีวิวที่คนซื้อใหม่อ่านก่อนตัดสินใจ | ยอดขาย การใช้โค้ดส่วนลด รีวิวในเพจของคุณ |
เลือก KOL หรือ Influencer อย่างไร ทีละขั้น
1. เขียนเป้าหมายข้อเดียว
เขียนหนึ่งประโยค เช่น “อยากให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น” “อยากให้คนเชื่อถือสินค้า” หรือ “อยากได้ยอดขายเพิ่มเดือนนี้” เป้าหมายข้อเดียวทำให้ทุกขั้นต่อไปง่ายขึ้น และบอกว่าควรเริ่มจากแถวไหนในตาราง
2. อธิบายว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร
เขียนว่าใครซื้อสินค้าของคุณ อายุเท่าไร อยู่เมืองไหน ชอบอะไร และใช้แอปไหน แล้วหาคนที่ลูกค้าของคุณติดตามอยู่แล้ว คุณถามลูกค้าตรง ๆ ก็ได้ว่าเขาดูบัญชีไหนบ้าง
3. ดูทั้งบัญชี ไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดตาม
เปิดดูโพสต์ล่าสุดสิบโพสต์ ดูยอดวิวของแต่ละโพสต์ และอ่านคอมเมนต์ สัญญาณที่ดีคือคอมเมนต์จากคนที่ดูเหมือนลูกค้าของคุณ และคำถามที่เจ้าของบัญชีตอบกลับ TikTok บอกว่าจำนวนผู้ติดตามไม่ใช่ปัจจัยโดยตรงในการแนะนำวิดีโอ ยอดวิวล่าสุดจึงบอกได้ดีกว่าว่าโพสต์วันนี้จะมีคนเห็นแค่ไหน
4. ดูงานกับแบรนด์ที่เคยทำ
หาโพสต์ที่เขาเคยทำกับแบรนด์อื่น ดูว่าบอกชัดไหมว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทน และอ่านว่าแฟนตอบรับอย่างไร ถ้ารับงานหลายแบรนด์ในเดือนเดียวกัน คนดูอาจเชื่อถือแต่ละงานน้อยลง
5. ตกลงกันก่อนว่าจะวัดอะไร
ก่อนโพสต์ขึ้น ตกลงกันว่าจะดูตัวเลขไหน เช่น ยอดวิว จำนวนคลิก หรือยอดขายจากโค้ด ขอให้เขาส่งภาพหน้าจอข้อมูลเชิงลึกของบัญชีหลังเจ็ดวัน คุณจะเทียบแต่ละคนได้อย่างยุติธรรม
6. เริ่มเล็ก ๆ แล้วเทียบผล
วิธีเริ่มที่ดีคือเลือกสองหรือสามคนที่เป็นคนละแบบ แล้วเทียบผล คุณจะรู้ว่าแบบไหนเหมาะกับสินค้าของคุณ ก่อนใช้งบที่ใหญ่ขึ้น TikTok ก็มีแพลตฟอร์มของตัวเองสำหรับเรื่องนี้ ชื่อ TikTok One ซึ่ง TikTok เรียกว่าเป็นแพลตฟอร์มทางการสำหรับให้แบรนด์และครีเอเตอร์ทำงานร่วมกัน
โพสต์ที่ได้ค่าตอบแทนต้องบอกให้ชัดทุกแพลตฟอร์ม
ส่วนนี้เหมือนกันทั้ง KOL, Influencer และ KOC เมื่อแบรนด์ให้อะไรก็ตามเพื่อแลกกับโพสต์ โพสต์นั้นต้องบอกว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทน แต่ละแพลตฟอร์มมีเครื่องมือของตัวเอง
- Instagram: ป้าย Paid Partnership และ Instagram บอกว่าอะไรก็ตามที่ได้จากพาร์ตเนอร์ธุรกิจ จะเป็นเงินหรือไม่ก็ตาม นับทั้งหมด สินค้าฟรีหรือทริปฟรีก็นับ
- TikTok: การตั้งค่าเปิดเผยเนื้อหาเชิงพาณิชย์ (commercial content disclosure) TikTok บอกว่าต้องเปิดเมื่อโพสต์โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ TikTok ยังบอกด้วยว่าการศึกษาภายในปี 2566 กับวิดีโอเกือบ 2 ล้านคลิป ไม่พบความต่างของผลลัพธ์ระหว่างวิดีโอที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย
- YouTube: ตัวเลือก paid promotion (การโปรโมตแบบชำระเงิน) ในรายละเอียดวิดีโอใน YouTube Studio และ YouTube บอกว่าทั้งครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องรับผิดชอบทำตามกฎหมายในที่ที่ตัวเองอยู่
เขียนเรื่องนี้ไว้ในข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายจะได้รู้ตั้งแต่แรก
ถ้าไม่อยากรอ คุณลองดูผลงานของเรากับบัญชีของคุณเองก่อนได้ ด้วยการทดลองฟรี เริ่มทดลองฟรี
เทียบวิธีทำงานกับ KOL และ Influencer
| วิธี | ค่าใช้จ่าย | ความเร็ว | สิ่งที่คุณทำ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| ติดต่อเอง | เฉพาะค่าจ้างแต่ละคน | ไม่กี่สัปดาห์ | หาบัญชี ส่งข้อความ ตกลงงาน | งบน้อยและแบรนด์ในพื้นที่ |
| TikTok One (แพลตฟอร์มของ TikTok) | ขึ้นอยู่กับคนที่เลือก | ไม่กี่สัปดาห์ | ค้นหาครีเอเตอร์ ส่งบรีฟ ดูผลในที่เดียว | แบรนด์ที่ใช้ TikTok เป็นหลัก |
| ขอให้ลูกค้าแชร์ (KOC) | มักเป็นสินค้าหรือของขวัญเล็ก ๆ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทนเช่นกัน | ช้า โตตามยอดขาย | ขอลูกค้าที่พอใจ ทำให้แชร์ได้ง่าย | ความเชื่อถือและรีวิวจากคนซื้อจริง |
| เอเจนซีที่เลือกคนและดูแลงาน | ค่าเอเจนซีบวกค่าจ้างแต่ละคน | เริ่มได้เร็ว | ตกลงเป้าหมายและงบ | แบรนด์ที่ไม่มีเวลาดูแลหลายคน |
เราอยากบอกให้ชัดว่าเราทำอะไร เราไม่ได้หา KOL หรือ Influencer ให้แบรนด์ และไม่ได้ดูแลแคมเปญของแบรนด์ เราช่วยศิลปินและบุคคลสาธารณะดูแลบัญชีของตัวเอง ถ้าคุณเป็นศิลปิน อ่านเพิ่มได้ที่บริการโซเชียลมีเดียสำหรับศิลปินและบุคคลสาธารณะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อแบรนด์เลือก KOL หรือ Influencer
- เลือกจากจำนวนผู้ติดตามอย่างเดียว สิ่งที่มักช่วยได้: ดูยอดวิวล่าสุดและอ่านคอมเมนต์ในสิบโพสต์ล่าสุด
- ไม่ได้เขียนเป้าหมาย สิ่งที่มักช่วยได้: เขียนเป้าหมายข้อเดียวก่อนติดต่อใคร แล้วเลือกแบบจากตาราง
- ลืมป้ายบอกว่าเป็นงานที่ได้ค่าตอบแทน สิ่งที่มักช่วยได้: เขียนในข้อตกลงว่าจะใช้ป้ายไหนในแต่ละแพลตฟอร์ม
- ตัดสินจากโพสต์เดียว สิ่งที่มักช่วยได้: วางแผนสองหรือสามโพสต์ต่อคน แล้วเทียบตัวเลขหลังหนึ่งสัปดาห์
คำถามเรื่อง KOL, Influencer และ KOC
KOL marketing คืออะไร
KOL marketing คือการที่แบรนด์ทำงานกับคนที่ได้รับความเชื่อถือในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น หมอ ครู หรือผู้เชี่ยวชาญงานอดิเรก KOL อธิบายหรือทดสอบสินค้าด้วยคำพูดของตัวเอง วิธีนี้มักเหมาะที่สุดกับสินค้าที่ผู้ซื้ออยากได้คำแนะนำก่อนตัดสินใจ
Influencer marketing คืออะไร
Influencer marketing คือการที่แบรนด์จ่ายเงินหรือให้สินค้ากับคนที่มีผู้ติดตาม เพื่อให้เขาโชว์สินค้าในโพสต์ มักใช้เมื่อแบรนด์อยากให้คนจำนวนมากรู้จักชื่อ ทุกโพสต์ที่ได้ค่าตอบแทนต้องใช้ป้ายของแพลตฟอร์มนั้น
KOL แพงกว่า Influencer ไหม
ขึ้นอยู่กับตัวคน ชิ้นงาน และระยะเวลาที่คุณใช้โพสต์ได้ KOL ที่บัญชีเล็กอาจแพงกว่า Influencer ที่บัญชีใหญ่ และกลับกันก็ได้ ขอให้แต่ละคนเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับงานแบบเดียวกัน แล้วค่อยเทียบ
ให้แค่สินค้าฟรี ต้องติดป้ายไหม
ต้องติด Instagram บอกว่าอะไรก็ตามที่ได้จากพาร์ตเนอร์ธุรกิจนับทั้งหมด จะเป็นเงินหรือไม่ก็ตาม TikTok ขอให้ครีเอเตอร์เปิดการตั้งค่าเปิดเผยทุกครั้งที่โพสต์โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ สินค้าฟรีจึงนับด้วย
ศิลปินเป็น KOL ได้ไหม
ได้ นักร้องที่พูดเรื่องการดูแลเสียง หรือมือกีตาร์ที่ทดสอบกีตาร์ คือ KOL ในเรื่องนั้น ศิลปินคนเดียวกันอาจเป็น Influencer ด้านเสื้อผ้าหรืออาหารก็ได้ ควรรู้ว่าแบรนด์ต้องการให้คุณทำบทบาทไหน เพราะงานและราคาต่างกัน
ถ้าคุณเป็นศิลปินและอยากให้บัญชีของตัวเองโตก่อน อ่านขั้นตอนฟรีที่เริ่มได้วันนี้ใน วิธีเพิ่มผู้ติดตามไอจีด้วยตัวเอง สำหรับศิลปิน สอบถามเราทาง LINE ได้ทุกเรื่อง
ทางลัด: ลองดูผลกับบัญชีของคุณเองก่อน
ทุกขั้นตอนในบทความนี้ใช้ได้จริง และไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องใช้เวลา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ถ้าอยากให้บัญชีดูพร้อมเร็วขึ้น เราช่วยได้ทั้ง TikTok, Instagram, Facebook และ YouTube กฎของแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่อนุญาตให้ซื้อผู้ติดตาม ไลค์ หรือวิว เราจึงอยากให้คุณรู้ก่อนตัดสินใจ ไม่มีใครเข้าสู่ระบบบัญชีของคุณ และคำสั่งซื้อของคุณเป็นส่วนตัวและเป็นความลับ
ลองก่อนได้: ทดลองฟรีกับบัญชีของคุณเอง ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
แหล่งข้อมูล
- Instagram for Creators, คำถามที่พบบ่อย: creators.instagram.com/faq
- TikTok Ads Help, การตั้งค่าเปิดเผยเนื้อหาเชิงพาณิชย์สำหรับครีเอเตอร์: ads.tiktok.com/help/article/about-the-content-disclosure-setting-for-creators
- YouTube Help, การเพิ่มการโปรโมตแบบชำระเงิน การสนับสนุน และการรับรอง: support.google.com/youtube/answer/154235
- TikTok for Business, TikTok One: ads.tiktok.com/business/en-US/blog/tiktok-one-creative-platform
- TikTok Newsroom, How TikTok recommends videos #ForYou: newsroom.tiktok.com/en-us/how-tiktok-recommends-videos-for-you